Mercedes-Benz

หลังจากที่ Mercedes-Benz หยุดทำตลาดเครื่องยนต์ดีเซลไฮบริดไปช่วงหนึ่ง ล่าสุดได้กลับมาอีกครั้งในรูปแบบดีเซลปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ความจุ 2.0 ลิตร รหัส OM 654 พร้อมเทคโนโลยีจุดระเบิดแบบ Stepped-bowl ซึ่งช่วยลดการเสียดสีภายในห้องเครื่องยนต์ได้กว่า 25 เปอร์เซ็นต์ พร้อมหัวฉีดแบบคอมมอนเรลที่มีแรงดัน 2050 บาร์

Mercedes-Benz

ขณะที่มอเตอร์ไฟฟ้ามีกำลังสูงสุดอยู่ที่ 120 แรงม้า แรงบิดสูงสุดอีก 440 นิวตัน-เมตร สามารถขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวที่ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. (จากเดิมอยู่ที่ 130 กม./ชม.) เมื่อรวมกับเครื่องยนต์แล้วจะมีกำลังรวมสูงสุดทั้งระบบอยู่ที่ 700 นิวตัน-เมตร ที่รอบเครื่องยนต์เพียง 1,400 รอบต่อนาทีเท่านั้น

ขุมพลังดีเซลปลั๊กอินไฮบริดจะมาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 13.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเป็นระยะทาง 50 กิโลเมตร ขณะที่แบตเตอรี่สามารถชาร์จไฟจนเต็มได้ภายใน 2 ชั่วโมง ด้วยที่ชาร์จแบบ Wallbox

นอกจากนั้น ทั้ง C-Class และ E-Class ขุมพลังดีเซลปลั๊กอินไฮบริดยังมีฟังก์ชั่น Eco Assist ที่นำข้อมูลจากระบบนำทาง, ป้ายจราจร และกล้องด้านหน้า เพื่อแจ้งให้ผู้ขับขี่ยกเท้าออกจากแป้นคันเร่งในเวลาที่เหมาะสม เพื่อลดอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงด้วย

ไม่เพียงเท่านี้ ในงานดังกล่าวยังมีการเปิดตัว Mercedes-Benz S560e ใหม่ล่าสุด ที่ถูกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน V6 กำลังสูงสุด 362 แรงม้า คู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าลูกเดียวกับรุ่นดีเซล ซึ่งให้อัตราสิ้นเปลืองต่ำเพียง 2.1 ลิตร ต่อ 100 กิโลเมตร หรือราว 47 กม./ลิตร สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร และปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 49 กรัมต่อกิโลเมตร

Mercedes-Benz