Kia Nitro Plug-in Hybrid

สำหรับรถยนต์รุ่นนี้เป็นการพัฒนาต่อยอดมาจาก Nitro รถยนต์ครอสโอเวอร์ในกลุ่ม B-Segment ของ Kia ซึ่งเปิดตัวรุ่นปกติในตลาดเมื่อปี 2016 โดยจุดเด่นของรุ่นใหม่อยู่นี้คือการติดตั้งระบบไฮบริดแบบเสียบปลั๊กเข้าไปเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการขับเคลื่อนและความประหยัดน้ำมันของตัวรถ โดยที่ไม่ส่งผลต่อสมรรถนะในการใช้งาน ซึ่ง Kia ยืนยันว่าตัวรถยังสามารถรองรับกับการบรรทุกสัมภาระด้านท้าย โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าชุดแบตเตอรี่ที่เพิ่มเข้ามาจะกินพื้นที่ เพราะทางทีมงานมีการออกแบบและเก็บเอาไว้อย่างเป็นสัดเป็นส่วน และยังสามารถพับเบาะหลังลงได้เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระ

Kia Nitro

ระบบไฮบริดแบบ Plug-in ที่นำมาติดตั้งนั้นมีเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 1,600 ซีซีแบบ GDi เทอร์โบ และจ่ายน้ำมันเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรงเป็นต้นกำลัง บวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 60 แรงม้า และแบตเตอรี่แบบ Lithium-Polymer ขนาด 8.9 kWh ทำให้สามารถผลิตกำลังออกมารวมกันได้ 139 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 27 กก.-ม. ทำให้ใช้เวลาเพียง 10.5 วินาทีในการทำอัตราเร่งจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง

Kia Nitro

สิ่งที่น่าสนใจคือ ความประหยัดน้ำมัน เพราะทาง Kia เคลมเอาไว้ว่าสามารถแล่นได้ถึง 901 กิโลเมตรเลยทีเดียว เพราะตัวระบบได้รับการออกแบบมาเน้นความประหยัด โดยในเรื่องของตัวเลขความประหยัดน้ำมันตามมาตรฐานการทดสอบของ EPA ในสหรัฐอเมริกานั้น มีตัวเลขที่ 20.4 กิโลเมตร/ลิตรสำหรับการขับในเมือง และ 21.7 กิโลเมตร/ลิตรสำหรับการขับนอกเมือง

Kia Nitro

ส่วนชุดแบตเตอรี่ก็ให้การชาร์จที่รวดเร็วและมั่นใจได้ โดยมีให้เลือก 2 Level คือ ถ้าชาร์จไฟในระดับ 240 โวลต์จะใช้เวลาเพียง 2.5 ชั่วโมงเท่านั้นจนเต็ม แต่ถ้า 120 โวลต์จะต้องรอกันหน่อยกว่าจะเต็ม เพราะใช้เวลาถึง 9 ชั่วโมง

การทำตลาดจะมีขึ้นในสหรัฐอเมริกาปลายปี 2017 นี้ ส่วนบ้านเราก็นั่งรอดูกันไปก่อน